ประวัติการจัดตั้ง  อบต.

 

องค์การบริหารส่วนตำบล
 

ประวัติการจัดตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีวิวัฒนาการและความเป็นมาเช่นเดียวกับสภาตำบล เหตุที่มีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดส่วนตำบลขึ้นมาใหม่นั้น เนื่องจากรัฐบาลในช่วงเวลาดังกล่าวมีนโยบายที่จะกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ประชาชนให้มากขึ้น จึงได้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับ “สภาตำบล” ที่มีอยู่แต่เดิมเสียใหม่ และได้มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.. 2537 โดยให้มีการยกฐานะสภาตำบลที่มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใหม่ เรียกว่า “องค์การบริหารส่วนตำบล” และต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัตินี้มาจนถึง ฉบับที่ 3.. 2543

หลักเกณฑ์การจัดตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบลจัดตั้งจาก สภาตำบลที่มีรายได้ไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ ล่วงมาติดต่อกัน 3 ปี เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละ 150,000 บาท หรือตามเกณฑ์รายได้เฉลี่ยที่มีการเปลี่ยนแปลง (ซึ่งทำเป็นประกาศกระทรวงมหาดไทย และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา) การประกาศยกฐานะ สภาตำบลเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลต้องทำเป็น ประกาศกระทรวงมหาดไทย และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยในประกาศให้ระบุชื่อและเขต ขององค์การบริหารส่วนตำบลไว้ด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลมีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

 

การยุบรวมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
1. องค์การบริหารส่วนตำบลใดมีจำนวนประชากรไม่ถึง 2,000 คน ทั้งเป็นเหตุไม่สามารถที่จะดำเนินการบริหารงานพื้นที่นั้นให้มีประสิทธิภาพในลักษณะขององค์การบริหารส่วนตำบลได้ ให้กระทรวงมหาดไทยประกาศยุบองค์การบริหารตำบลดังกล่าว โดยให้รวมพื้นที่เข้ากับองค์การบริหารส่วนตำบลอื่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน หรือให้ตราพระราชกฤษฎีกายุบองค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าว โดยให้รวมพื้นที่เข้ากับหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกัน ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบลนั้นภายใน 90 วัน นับแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว
2. สภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลอาจรวมกับองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบลนั้นได้
3. สภาตำบลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลอาจรวมกับหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีเขตติดต่อกันภายในเขตอำเภอเดียวกันได้ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตตำบลนั้นโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาและให้กำหนดเขตใหม่ของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไว้ในพระราชกฤษฎีกาด้วย

อำนาจหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายดังนี้
1. อำนาจหน้าที่ทั่วไป
พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
2. หน้าที่ที่กฎหมายบังคับให้ทำ
(1) จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก
(2) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอย และ สิ่งปฏิกูล
(3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
(4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุและผู้พิการ
(7) คุ้มครองดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
(9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย โดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร
3. หน้าที่ที่ไม่บังคับให้ทำ
(1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
(2) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
(3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ
(4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
(5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
(6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
(7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร์
(8) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตำบล
(10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
(11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
(12) การท่องเที่ยว
(13) การผังเมือง องค์การบริหารส่วนตำบลอาจออก ข้อบังคับตำบล เพื่อใช้บังคับภายในตำบลได้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจะกำหนดค่าธรรมเนียมหรือกำหนดโทษ ปรับได้ไม่เกิน 500 บาท

รูปแบบการบริหาร

องค์การบริหารส่วนตำบล ประกอบด้วย สภาองค์การบริหารส่วนตำบลและคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล

สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ประกอบด้วย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเลือกตั้งขึ้นโดยราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น จำนวนอย่างน้อยที่สุด
6 คน แต่จะมีจำนวนมากเพียงใดขึ้นอยู่กับจำนวนหมู่บ้านในเขต ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

จำนวนหมู่บ้านในเขต อบต.

จำนวนสมาชิกสภา อบต.

1 หมู่บ้าน
2 หมู่บ้าน
ตั้งแต่ 3 หมู่บ้านขึ้นไป

6 คน
หมู่บ้านละ 3 คน
หมู่บ้านละ 2 คน


 

 

 

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ (1) และ (2) และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (3) และ (4) ดังนี้
(1) มีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
(2) มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านในตำบลนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 เดือนจนถึงวันเลือกตั้ง
(3) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(4) เป็นคนวิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
1. มีคุณสมบัติตามมาตรา 9 (1) และ (2) ดังนี้
  - มีสัญชาติไทย และมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง
  - มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นประจำ และมีชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในหมู่บ้านในตำบลนั้นเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือนจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
2. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 (3)-(7) (9) หรือ (10) ดังนี้
  - เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
  -  เป็นผู้มีร่างกายทุพพลภาพ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบติดยาเสพติดให้โทษ หรือเป็นโรคตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนดไว้สำหรับคุณสมบัติของผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
  -  เป็นสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น หรือพนักงานองค์การของรัฐ
  -  เป็นผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หรือสารวัตรกำนัน
  -  เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่
  -  เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก โดยพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 3 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  -  เป็นผู้มีพฤติกรรมในทางทุจริต หรือเสื่อมเสียศีลธรรม
3. ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลที่ตนสมัครรับเลือกตั้งหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
4. ไม่เคยถูกผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ออกจากตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ แพทย์ประจำตำบล เว้นแต่จะพ้น 5 ปีนับแต่วันพ้นจากตำแหน่งจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
5. ไม่เคยถูกสภาตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาตำบล หรือไม่เคยถูกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเว้นแต่จะพ้น 5 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่งจนถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง

วาระดำรงตำแหน่ง อายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีกำหนดคราวละ 4 ปีนับแต่วันเลือกตั้ง

 

การสิ้นสุดสมาชิกภาพ
1. ถึงคราวออกตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหรือมีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2. ตาย
3. ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอำเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันลาออก
4. เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในสัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลที่ตนดำรงตำแหน่งหรือในกิจการที่กระทำให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น
5. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 47 ทวิ
6. มิได้อยู่ประจำในหมู่บ้านที่ได้รับเลือกตั้งเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินหกเดือน
7. ขาดประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
8. สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่งเพราะมีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสีย หรือก่อความไม่สงบเรียบร้อยแก่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือกระทำการอันเสื่อมเสียประโยชน์ของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่เข้าชื่อเสนอให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจารณา และมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
9.
ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง

 การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หลักเกณฑ์และวิธีการสมัครรับเลือกตั้งและการเลือกตั้ง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และในระหว่างที่ไม่มีกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลมาใช้บังคับการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโดยอนุโลม
เมื่อมีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือถือว่ามีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลขึ้นใหม่ภายใน 60 วัน
การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง เพราะเหตุแห่งการครบกำหนดวาระให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ครบวาระ
การเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง เพราะเหตุอื่น นอกจากครบวาระหรือยุบสภา ให้เลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 60 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ไม่ถึง 180
วัน จะไม่ดำเนินการเลือกตั้งขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

อำนาจหน้าที่ของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
1. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบลเพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล
2. พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับตำบล ร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจำปี และร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม
3. ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายและแผนพัฒนาตำบลตาม 1.
และกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับของทางราชการ

ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีประธานสภาและรองประธานสภา 1 คน ซึ่งเลือกจากสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยนายอำเภอเป็นผู้แต่งตั้งตามมติของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ประธานสภาและรองประธานสภาอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2ปี
ประธานสภาและรองประธานสภานอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว อาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อนายอำเภอ
(2) พ้นจากตำแหน่งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล
(3) ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร
เมื่อตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภาว่างลง เพราะเหตุอื่นนอกจากครบวาระ ให้มีการเลือกใหม่ภายใน 15
วัน นับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ในปีหนึ่งมีสมัยประชุมสามัญ 2 สมัยหรือหลายสมัย แล้วแต่สภาองค์การบริหารส่วนตำบลจะกำหนด แต่ต้องไม่เกิน 4 สมัย
การประชุมสมัยหนึ่งๆ ให้มีกำหนดไม่เกิน 15 วัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ สำหรับการประชุมครั้งแรกต้องดำเนินการภายใน 45 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
เมื่อเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ขององค์การบริหารส่วนตำบล ประธานสภา ประธานกรรมการบริหาร หรือสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวนไม่ต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาเท่าที่มีอยู่ อาจทำคำร้องยื่นต่อ นายอำเภอ ขอให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญ ถ้านายอำเภอเห็นสมควรก็ให้ นายอำเภอเรียกประชุมวิสามัญได้
สมัยประชุมวิสามัญมีกำหนดไม่เกิน 15 วัน แต่ถ้าจะขยายเวลาออกไปต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ
ในการเรียกประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลตามสมัยประชุม ให้ประธานสภา เป็นผู้เรียกประชุมและเป็นผู้เปิดหรือปิดการประชุม
การประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องมีสมาชิกสภามาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม

เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล

สภาองค์การบริหารส่วนตำบลเลือกสมาชิกสภาคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการและจัดการประชุม และงานอื่นใดตามที่สภามอบหมาย ทั้งนี้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้จะเป็นคณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลในขณะเดียวกันไม่ได้ 

คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล มีจำนวน 4  คน ประกอบด้วย
1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล  จำนวน 1 คน
2. รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 2
คน

3. เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล  จำนวน  1  คน
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมาจากการเลือกตั้งของประชาชนในตำบล

อำนาจหน้าที่ของคณะผู้บริหาร
1. บริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามมติ ข้อบังคับและแผนพัฒนาตำบล และรับผิดชอบการบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2. จัดทำแผนพัฒนาตำบลและงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อเสนอให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลพิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. รายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลทราบอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง
4.
ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ทางราชการมอบหมาย

คณะผู้บริหารพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
1. ถึงคราวออกตามอายุของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2. มีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
3. สมาชิกภาพของสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลงพร้อมกันตามมาตรา 47 ตรี (9)
4. ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้คณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 92
5. คณะผู้บริหารลาออก และในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่คณะผู้บริหารมีมติลาออก
6. ความเป็นคณะผู้บริหารของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสิ้นสุดลง
7. สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
8. สภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่คณะผู้บริหารเสนอและผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบด้วยกับสภาองค์การบริหารส่วนตำบล หรือสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไม่รับหลักการแห่งร่างข้อบังคับงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เมื่อคณะกรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตามข้อ 4, 5, 6, 7 หรือ 8 ให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นคณะกรรมการบริหารขึ้นใหม่ แล้วเสนอให้นายอำเภอ แต่งตั้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง และถ้าพ้นกำหนดเวลา 15 วันแล้ว ไม่อาจแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารดังกล่าวได้โดยมีสาเหตุสำคัญจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ให้นายอำเภอเสนอผู้ว่า ราชการจังหวัดเพื่อพิจารณาสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
นอกจากนี้แล้ว ความเป็นกรรมการบริหารสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ
1. พ้นจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2. ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อนายอำเภอ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่ วันลาออก
3. ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 92
4. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล มีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
5.
ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ได้ลงคะแนนเสียงให้พ้นจากตำแหน่งตามกฎหมายเกี่ยวกับการลงคะแนนเสียงให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง

การบริหารงาน การบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบลมีพนักงานส่วนตำบลและมีโครงสร้างการบริหารงาน ดังนี้
1. สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
2. ส่วนต่างๆ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้ตั้งขึ้น
นอกจากนี้เพื่อประโยชน์แก่กิจกรรมขององค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลอาจร้องขอให้ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นการชั่วคราวได้

รายได้
1. รายได้จากภาษี
(1) ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย อากรการฆ่าสัตว์และค่าธรรมเนียม รวมถึงผลประโยชน์อื่นอันเกิดจากการฆ่าสัตว์
(2) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนที่จัดเก็บได้ในจังหวัด แล้วจัดสรรให้องค์การบริหารส่วนตำบล
(3) องค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจออกข้อบังคับตำบล เพื่อเก็บภาษีอากรและค่าธรรม-เนียมเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ 10 ของภาษีอากรและค่าธรรมเนียมประเภทใดประเภทหนึ่งหรือทุกประเภท ดังต่อไปนี้
- ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ซึ่งสถานประกอบการการตั้งอยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบล
- ค่าธรรมเนียม ใบอนุญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ซึ่งร้านขายสุราตั้งอยู่ใน องค์การบริหารส่วนตำบล
(4) รายได้จากอากรตามกฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล เงินจากประทานบัตร ใบอนุญาตและอาชญาบัตรตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ค่าภาคหลวงและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินที่เก็บในองค์การบริหารส่วนตำบล
(5) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายว่าด้วยแร่และค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ทั้งนี้ในองค์การบริหารส่วนตำบลใดเมื่อได้มีการจัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น แล้วให้จัดสรรแก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
(6) เงินที่เก็บตามกฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติในองค์การบริหารส่วนตำบลใด ให้แบ่งให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
(7) องค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจออกข้อบังคับตำบลเพื่อเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้กำหนดเป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพิ่มขึ้นจากอัตราที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้
  - ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละศูนย์ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเก็บในอัตราร้อยละศูนย์
  - ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอัตราอื่น ให้องค์การบริหารส่วนตำบลเก็บหนึ่งในเก้าของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากร
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บเพิ่มขึ้นนี้ ให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร
2. รายได้อื่นๆ
(1) รายได้จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตำบล
(2) รายได้จากสาธารณูปโภคขององค์การบริหารส่วนตำบล
(3) รายได้จากกิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์ขององค์การบริหารส่วนตำบล
(4) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับตามที่จะมีกฎหมายกำหนด
(5) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้
(6) รายได้อื่นตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้
(7) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
(8)
รายได้อื่นตามที่จะมีกฎหมายกำหนดให้เป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล

การกำกับดูแล
1. นายอำเภอ มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของทางราชการ โดยนายอำเภอมีอำนาจเรียกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล กรรมการบริหาร พนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลมาชี้แจงหรือสอบสวน ตลอดจนเรียกรายการและเอกสารใดๆ จากองค์การบริหารส่วนตำบลมาตรวจสอบได้
2. เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล หรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม นายอำเภอจะรายงานเสนอความเห็นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อยุบสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
3.
หากปรากฏว่าคณะกรรมการบริหาร กระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งให้คณะกรรมการบริหารทั้งคณะหรือกรรมการบริหารบางคน พ้นจากตำแหน่งได้ตามคำเสนอแนะของนายอำเภอ

 

 

ประวัติโดยย่อของตำบลบ้านกวาง

 

                         เดิมพื้นที่ตำบลบ้านกวางเป็นป่าเขามีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุมโดยเฉพาะกวาง เมื่อครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีราว  พ..1900  มีพญาลิไทซึ่งพระองค์ปกครองอาณาจักรล้านนาไทย พระองค์มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา  ทรงทราบว่าวัดวาอารามในภาคเหนือชำรุดทรุดโทรมมาก พระองค์มีดำริที่จะบูรณะซ่อมแซมจึงได้ยกลี้พล ช้างม้าบรรทุกแก้วแหวนเงินทอง ผ่านมาถึงบ้านกวางเป็นเวลาพบค่ำจึงได้หยุดพักค้างคืนจะด้วยเหตุบังเอิญอย่างไรไม่ทราบ มีช้างเชือกหนึ่งได้ล้มตายลง พระองค์จึงได้เสด็จมุ่งหน้าต่อไปทางทิศตะวันออก ผ่านเขาลูกหนึ่ง (ปัจจุบันคือที่ตั้งวัดพระธาตุจอมแจ้ง) แล้วไปถึงเขาอีกลูกหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งองค์พระธาตุ (ปัจจุบันคือวัดพระธาตุช่อแฮ) พระองค์จึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนแล้วเสร็จจึงได้เสด็จกลับทางเดิมได้บูรณะซ่อมแซมพระธาตุจอมแจ้งแล้วเสร็จ พระองค์ก็เสด็จกลับมาตรงบริเวณที่ช้างเชือกนั้นล้มตายลง จึงได้ให้ช่างปูนปั้นเป็นรูปช้างในลักษณะหมอบ (มูบ) เหมือนช้างเชือกนั้นได้ล้มตายลงจึงขนานนามว่าบ้านกวางช้างมูบมาตราบเท่าทุกวันนี้

 

ข้อมูลพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง

 

1.      สภาพทั่วไป

 1. 1 ที่ตั้ง
ตำบลบ้านกวางเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่    ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอสูงเม่น อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอสูงเม่นประมาณ   10.50    กิโลเมตร 
 
1.2  เนื้อที่
เนื้อที่ทั้งหมดของตำบลบ้านกวาง โดยประมาณ 27.21  ตารางกิโลเมตร หรือ 17,000.25 ไร่

1.3  ภูมิประเทศ
ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลบ้านกวางเป็นที่ราบสูง มีที่ราบประมาณ  10 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ทั้งหมด เหมาะสมต่อการปลูกพืชไร่และไม้ผล

        
แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของตำบลบ้านกวางมีดังนี้
1.  ลำน้ำแม่สาย ไหลมาจากตำบลช่อแฮ เข้าสู่พื้นที่ตำบลบ้านกวาง
2.  ห้วยน้ำพาน ไหลเข้าสู่พื้นที่ อ่างเก็บน้ำออกรู หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านกวาง
3.  ห้วยน้ำเกิ๋น ไหลเข้าสู่ อ่างเก็บน้ำน้ำเกิ๋น หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านกวาง
 
อาณาเขตของตำบลบ้านกวาง
·        ทิศเหนือ             จดตำบลช่อแฮ                อำเภอเมือง              จังหวัดแพร่
·        ทิศใต้                  จดตำบลบ้านเหล่า          อำเภอสูงเม่น            จังหวัดแพร่
·        ทิศตะวันออก      จดตำบลนางพญา           อำเภอท่าปลา            จังหวัดอุตรดิตถ์
·        ทิศตะวันตก       จดตำบลบ้านเหล่าและตำบลบ้านกาศ    อำเภอสูงเม่น     จังหวัดแพร่

1.4     จำนวนหมู่บ้าน  6  หมู่บ้าน
จำนวนหมู่บ้านในเขต อบต. บ้านกวาง   มีหมู่บ้าน  6  หมู่บ้าน   ได้แก่

หมู่ที่  1 บ้านกวางเหนือ

หมู่ที่  2 บ้านกวางใต้

หมู่ที่  3 บ้านน้ำพุ

หมู่ที่  4 บ้านกวางใหม่

หมู่ที่  5 บ้านกุญชรนิมิต

หมู่ที่  6 บ้านกวางใหม่ถาวร

1.5 ท้องถิ่นอื่นในตำบล

จำนวนเทศบาล 1 แห่ง

จำนวนองค์การบริหารส่วนตำบล 11 แห่ง

 

1.6  ประชากร

 

หมู่บ้าน

ชาย

หญิง

รวม

จำนวน

หลังคาเรือน

บ้านกวางใหม่         หมู่ที่ 1

บ้านกวางใต้            หมู่ที่ 2

บ้านน้ำพุ หมู่ที่ 3

บ้านกวางใหม่         หมู่ที่ 4

บ้านกุญชรนิมิต       หมู่ที่ 5

บ้านกวางใหม่ถาวร หมู่ที่ 6

280

362

109

392

326

240

289

370

92

426

357

267

569

732

201

818

683

507

169

228

70

240

209

148

รวม  6  หมู่บ้าน

1,709

1,801

3,510

1,064

 

2.        สภาพทางเศรษฐกิจ

2.1 อาชีพ

-          อาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่คือ ด้านการเกษตรกรรมผลผลิตที่สำคัญของตำบล

     บ้านกวาง ได้แก่ ข้าว  ยาสูบ มะขามหวาน กะหล่ำปลี ผักกาดเขียวปลี ผักกวางตุ้ง

     มะเขือพันธุ์ และกะหล่ำดอก

-          เกษตรมีการปลูกพืชครบวงจร เช่น ปลูกข้าวโพด มะเขือม่วง ถั่วฝักยาว

-          อาชีพรองของประชาชนคือ การรับจ้างทั่วไป ทั้งภายในตำบลและตำบลใกล้เคียง

-          การประกอบอาชีพของประชาชนตำบลบ้านกวาง  คือ อาชีพทางด้านเกษตรกรรม ทำนา

      ทำไร่ ค้าขาย รับจ้าง และการประกอบอาชีพมากกว่า  1  อาชีพขึ้นไป

 

2.2       หน่วยธุรกิจในเขต อบต.

โรงสี                                                     2        แห่ง

ร้านค้าย่อย                                           47       แห่ง

ปั้มน้ำมันและก๊าซ                                    1       แห่ง

โรงงานอุตสาหกรรม (ขนาดเล็ก)             3        แห่ง

ปั้มหลอด                                                3       แห่ง

ตลาดสด                                                 2       แห่ง

 

3.        สภาพทางสังคม

3.1       การศึกษา

โรงเรียนประถมศึกษา                                 2               แห่ง

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก                                     2               แห่ง

ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน                  3               แห่ง

 

3.2       สถาบันและองค์การทางศาสนา

การศาสนา  ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

  วัด/สำนักสงฆ์                                                 2             แห่ง

 

3.3       สาธารณสุข

สถานีอนามัยประจำตำบล                               1               แห่ง

อัตราการใช้ส้วมราดน้ำร้อยละ  100

 

3.4       ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

สถานีตำรวจ                                                   1                แห่ง

ป้อมตำรวจ                                                     1                แห่ง
 

4.        การบริการพื้นฐาน

4.1       การคมนาคม

การคมนาคม สามารถเดินสัญจรและขนส่งได้โดยมีเส้นทางที่สำคัญคือ

-          ถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข  101  ( .แพร่ – น่าน )

-          ถนน รพช. พร 3067  (สายทุ่งอ่วน –บ้านกวาง)

-          ถนนโยธาธิการ  (บ้านเหล่า – บ้านกวาง)

-          ถนนโยธาธิการ  (บ้านกวาง – ตำบลช่อแฮ)

การติดต่อระหว่างหมู่บ้านในตำบล  เส้นทางคมนาคมส่วนใหญ่เป็นถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต    และมีบางส่วนเป็นถนนลูกรัง     สามารถติดต่อกันทั่วหมู่บ้าน

 

4.2       การโทรคมนาคม

โทรศัพท์สาธารณะ                          5               แห่ง

-   ตู้ไปรษณีย์                                     2               แห่ง

 

4.3       การไฟฟ้า

ประชากรทั้งหมดในตำบลบ้านกวาง ทุกหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้ทั่วทุกครัวเรือน

 

4.4       แหล่งน้ำ

ลำน้ำ, ลำห้วย                                    5              สาย

 

4.5       แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

-  ฝาย                                                                      1                แห่ง

บ่อน้ำบาดาล                                                        10                แห่ง

อ่างเก็บน้ำ                                                             2                แห่ง

บ่อน้ำตื้น                                                           311                แห่ง

ประปาหมู่บ้าน                                                        2                แห่ง

ถังเก็บน้ำฝน                                                          4                แห่ง

 

5.  ข้อมูลอื่น ๆ

 

5.1     ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่

·  ทรัพยากรดิน
สภาพโดยทั่วไปเป็นดินปนทราย เก็บน้ำไม่อยู่ การเพาะปลูกส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก

 

· ทรัพยากรน้ำ
มีหนองน้ำออกรู, อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เกิ๋น, ห้วยแม่สาย, คลองส่งน้ำฝานนางพญา

 

· ทรัพยากรป่าไม้
เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  2  แห่ง  คือ ป่าแม่ก๋อน, ป่าแม่สาย
 

· ทรัพยากรธรณี
ไม่ปรากฏแหล่งธาตุที่สำคัญ
 

ทรัพยากรท่องเที่ยว
มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เกิ๋น (เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ)
 

       5.2  มวลชนจัดตั้ง

       ลูกเสือชาวบ้าน                                        2                รุ่น                จำนวน                 980                คน

      -  กลุ่ม กขคจ.                                            3               กลุ่ม                จำนวน                120                คน

      -  หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตัวเอง        2                 รุ่น                จำนวน                600                คน

      -  กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต                     2               กลุ่ม                จำนวน                130                คน
    
      -  กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ                1                  รุ่น                จำนวน                  30               
คน

      -  กลุ่ม อสม.                                              1                  รุ่น                จำนวน                  78                คน  

      -  กลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์                          6                กลุ่ม                จำนวน                    -                คน

      -  กลุ่มผู้เพิ่มผลผลิตและการแปรรูป             2                กลุ่ม                จำนวน                 80                คน  

      -  กลุ่มเยาวชนระดับตำบล                           1                กลุ่ม                จำนวน                 15                คน

      -  กลุ่มพัฒนาสตรีตำบล                               1                กลุ่ม                จำนวน                 15                คน

      -  กลุ่มอาสาพัฒนาชุมชน                             6                กลุ่ม                จำนวน                 24                คน

      -  กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด                       1                 กลุ่ม                จำนวน                70                คน

      -  กลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพร                 1                 กลุ่ม                จำนวน                40                คน

      -  กลุ่มอาสาและป้องกันบรรเทาสาธารณภัย(อปพร)   1      กลุ่ม                จำนวน                75                คน

 

5.3     ศักยภาพในตำบล

ก.       ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบล

(1)      จำนวนพนักงานส่วนตำบล            10       คน

จำนวนพนักงานจ้างตามภารกิจ         7       คน

จำนวนพนักงานจ้างทั่วไป                 3       คน

             รวม                                 20       คน

 

ตำแหน่งในสำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล

 

จ่าสิบตำรวจสมศักดิ์         คำมา          ตำแหน่ง       ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล

นางสุพิชญ์นันท์    กวางวิเศษ              ตำแหน่ง       เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน

นางสาวเนาวรัตน์    ปองไพร               ตำแหน่ง       นักวิชาการศึกษา

นางสาวพิมพ์ภัทรา   สุขสำราญ           ตำแหน่ง       เจ้าพนักงานธุรการ

นางชัญญภัส       ศรีเรือน                   ตำแหน่ง       ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล

นางวีนัสรา            กวางวิเศษ              ตำแหน่ง       ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ

นายจตุรงค์            ศรีเรือน                 ตำแหน่ง       นักการภารโรง       

 

ตำแหน่งในส่วนการคลัง

นางสุรีย์พรรณ               มั่นคง                            ตำแหน่ง                หัวหน้าส่วนการคลัง

..ปณิดา                     นาทอง                          ตำแหน่ง                เจ้าพนักงานพัสดุ

..อรุณี                       ภูมิโชติสวรรค์                ตำแหน่ง                เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้

..น้ำฝน                     ชมสวน                          ตำแหน่ง                ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บัญชีและการเงิน

 
             ตำแหน่งในส่วนโยธา 

นายปิยพงษ์                 มั่นคง                       ตำแหน่ง                หัวหน้าส่วนโยธา

นายสมพงศ์                 ผัดผ่อง                     ตำแหน่ง                นายช่างโยธา
 

                ตำแหน่งในส่วนการศึกษา

..สุพรรณ         อยู่คง                                     ตำแหน่ง                ผู้ช่วยผู้ดูแลเด็ก ศพดหมู่ 5

นางลัดดา            เมฆอากาศ                            ตำแหน่ง                ผู้ช่วยผู้ดูแลเด็ก ศพดหมู่ 5

..ศิริขวัญ         กวางสนุก                               ตำแหน่ง                ผู้ช่วยผู้ดูแลเด็ก  ศพดหมู่  6

(2)      ระดับการศึกษาของบุคลากร

มัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา       4       คน

ปริญญาตรี                          8       คน

สูงกว่าปริญญาตรี                 1       คน

(1)      รายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบล

ประจำปีงบประมาณประจำปี 2548                             3,903,800.00       บาท  แยกเป็น

รายได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลจัดเก็บเอง                     23,800.00        บาท

รายได้ส่วนที่ราชการต่าง ๆ จัดเก็บให้                        3,616,500.00         บาท

เงินอุดหนุนจากรัฐบาล                                                1,921,124.00       บาท

ก.       ศักยภาพกลุ่มของประชาชน

(1)      การรวมกลุ่มของประชาชน

-          กลุ่มอาชีพ 15 กลุ่ม

-          กลุ่มออมทรัพย์ 1 กลุ่ม

-          กลุ่มอื่น ๆ 8 กลุ่ม

(2)      จุดเด่นของพื้นที่

ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ส่วนมากมีอาชีพเกษตรกรรม  โดยเฉพาะการทำนา ทำไร่ และการเกษตรด้านอื่น ๆ   เช่น     การปลูกข้าวโพด      ยาสูบ      ถั่วเขียว    ผัดกาดเขียวปลี   ผักกาดกวางตุ้ง ถั่วเหลือง มะขามหวาน มะม่วง มะเขือพันธุ์ ส่วนพื้นที่ในตำบลส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ดอนและพื้นที่ป่าส่วนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ อาทิเช่น ไม้สัก ไม้เบญจพรรณ และป่าไผ่ พื้นที่อยู่ห่างจากอำเภอสูงเม่นประมาณ 10.50 กิโลเมตร  จึงเป็นสังคมชนบท   เหมาะแก่การทำอาชีพทางด้านการเกษตร

 

 

 

คำแถลงนโยบาย
 ของ
นายชูชาติ    กวางวิเศษ
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง
วันที่ ๑๙  ตุลาคม  ๒๕๕๒
ณ  ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง
------------------------------

เรียน   ท่านประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง


             ข้าพเจ้า  ชูชาติ   กวางวิเศษ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนตำบลบ้านกวาง  ให้ได้รับการเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง   เมื่อวันที่   ๖  กันยายน  ๒๕๕๒  บัดนี้  คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว  เมื่อวันที่ ๒  ตุลาคม     ๒๕๕๒
             
ดังนั้น  ข้าพเจ้าขออนุญาตท่านประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง   เพื่อขอแถลงนโยบายและแจ้งให้ที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางทราบคำสั่งแต่งตั้ง ของคณะผู้บริหาร  ดังนี้
            ๑. นายสมหมาย มานพ ตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง คนที่ ๑
            ๒.นายพิพัฒน์ พลอยเพ็ชรตำแหน่ง รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางคนที่ ๒
            ๓. นายวัลลภ  กวางเงิน ตำแหน่ง เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง
เพื่อช่วยในการบริหารจัดการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง ตามกรอบแห่งนโยบาย   ที่ได้แถลงไว้
            ท่านประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางที่เคารพ  นโยบายที่ข้าพเจ้าได้แถลงต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง  เป็นนโยบายที่ยึดถือผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าและคณะผู้บริหารจะบริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาลและการมีส่วนร่วมของประชาชน
ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์  ทรงเป็นพระประมุข  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของประชาชนเป็นหลักในการสร้างความเข้มแข็ง                ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  โดยเริ่มตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ     ดังนั้น  การที่จะทำให้ท้องถิ่นใด เจริญก้าวหน้าก็จะต้องสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ประชาชนเกิดกระบวนการคิด     เกิดความรักสามัคคี  ช่วยกันแก้ปัญหา  ของชุมชน  จึงเป็นภารกิจสำคัญอันจะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยระดับฐานรากและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน
     องค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด   จะต้องเป็นองค์กรที่คอยขับเคลื่อนให้ประชาชน ร่วมวางแผน ร่วมคิด ร่วมทำ จึงจะเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง ฉะนั้น   คณะผู้บริหาร   สมาชิกสภา    องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง    และบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางทุกคน  จะต้องเชื่อว่าประชาชนมีศักยภาพ   และความสามารถเพียงพอ จึงควรสร้างโอกาสและมอบอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ            และกำหนดอนาคตของตนเอง  เพื่อ “ชุมชนน่าอยู่  คุณภาพชีวิตที่ดี  สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”
          บัดนี้  ข้าพเจ้า  นายชูชาติ    กวางวิเศษ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง   อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  ๕๘/๕  แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล    พ.ศ.   ๒๕๓๗  แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖  ได้บัญญัติไว้ว่า  ก่อนที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเข้ารับหน้าที่ให้ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเรียกประชุม  เพื่อให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล 
แถลงนโยบายโดยไม่มีการลงมติ  ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลการประชุมเพื่อแถลงนโยบายให้กระทำโดยเปิดเผย   โดยให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องจัดทำนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร   ให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุกคนที่เข้าร่วมประชุม  คำแถลงนโยบายของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและรายงานแสดงผลการปฏิบัติงานให้ประกาศไว้โดยเปิดเผย  ณ  ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางเพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวข้างต้น   และให้การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล  อันจะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง  จึงขอแถลงนโยบายในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางดังนี้
๑. นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
            -  จัดสร้าง  พัฒนา  ปรับปรุง  บำรุงรักษาเส้นทางคมนาคม  ระบบไฟฟ้า  ระบบประปา   ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง  และแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคส่งเสริมสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิต   เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  ในด้านสาธารณูปโภคดำเนินการพัฒนาด้านคมนาคม 

๒.  นโยบายด้านการศึกษา ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม นันทนาการและภูมิปัญญาท้องถิ่น
-  สนับสนุนการศึกษาในท้องถิ่นอย่างทั่วถึง  มีคุณภาพ  ส่งเสริมศาสนา  ฟื้นฟูอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น  สนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้าน(ภูมิปัญญาท้องถิ่น)  สนับสนุนกองทุนและช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส
-  สนับสนุนให้ประชาชนหันมาสนใจการออกกำลังกาย  เพื่อรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง

๓.  นโยบายด้านสาธารณสุข
            -  ส่งเสริมการสาธารณสุขและสุขภาพพลานามัยที่ดี        พัฒนาระบบการสาธารณสุขมูลฐาน  ส่งเสริมบทบาทของ อสม.     จัดตั้งหน่วยบริการรถช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน  ผู้ประสบภัยและอุบัติเหตุ   ประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองแก่ทุกคนในครอบครัว
            -   สนับสนุนให้ประชาชนหันมาออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัย

๔.  นโยบายด้านเศรษฐกิจ
      - ส่งเสริมสนับสนุนการเกษตรอินทรีย์และเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร  สนับสนุนกลุ่มแม่บ้านและกลุ่มอาชีพพัฒนาอาชีพเกษตร  ฝึกอบรมจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าเพื่อสร้างงานและกระจายรายได้จนเกิดธุรกิจ
ให้กับชุมชนแบบยั่งยืน

๕.  นโยบายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
      -  ส่งเสริม  ฟื้นฟู อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ส่งเสริมการจัดการขยะมูลฝอย

๖.  นโยบายด้านทรัพยากรมนุษย์  สังคม  และสวัสดิการสังคม
      -  ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคน  ครอบครัว  และชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย  จัดให้มีระบบสวัสดิการและการสังคมสงเคราะห์   ผู้พิการ   ผู้ติดเชื้อ
      -   สนับสนุนในเรื่องของกองทุนและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส
      -  พัฒนาคุณภาพชีวิต  สนับสนุนเบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ติดเชื้อและส่งเสริมในเรื่องของการจัดหาสวัสดิการ ให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ให้อยู่ดีมีสุขทุกหมู่บ้าน
 
๗.  นโยบายด้านการท่องเที่ยว
            -  พัฒนาและสิ่งเสริมการท่องเที่ยวทางธรรมชาติเพื่อนำรายได้สู่ท้องถิ่น

๘.  นโยบายด้านการเมือง  การบริหาร  และส่งเสริมการมีส่วนร่วม
            -  สร้างระบบการบริหารจัดการที่ดีตามหลักธรรมาภิบาล  ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา  การตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งในการบริหารและการพัฒนา  สร้างความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชน นโยบายทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือนโยบายหลักที่จะต้องดำเนินการให้ เห็นผลภายใน   4  ปี  ข้างหน้าข้าพเจ้าและคณะผู้บริหาร รวมทั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง  ผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านและบุคลากร
ขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวางทุกคนจะนำกรอบนโยบายที่ได้แถลงนี้ไปใช้ในการพัฒนาตำบลบ้านกวาง ด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม   ตรวจสอบได้   ประชาชนมีส่วนร่วม และถูกต้องตามระเบียบกฎหมายและแบบแผนของราชการ   เพื่อให้ เป็นชุมชนที่น่าอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดี สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน  และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาช

 

ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

 

 

ชูชาติ กวางวิเศษ

นายชูชาติ   กวางวิเศษ

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง

 

 

 

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง เลขที่ 1 ตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ 54130 โทรศัพท์ 0-5464-3490
                              Copyright ® 2006 bankwang.com  webmaster@bankwang.com